2.ความสัมพันธ์ของวิถีชีวิตไทยกับดนตรีและเพลลงพื้นบ้านในแต่ละภาค

๑.ภาคเหนือ 

   ๑.๑ ดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ มีทั้งการบรรเลงแบบเดี่ยวและรวมวง รวมถึงการขับร้องโดยไม่ใช้ดนตรีประกอบ เมื่อฟังดนตรีของภาคเหนือจะรู้สึกถึงความนุ่มนวล อ่อนหวาน สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเหนือที่มีชีวิตเรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติ เครื่องดนตรีที่ใช้ ได้แก่ สะล้อ ซอ ซึงและกลองแอว เป็นต้น 

   ๑.๒ เพลงพื้นบ้านภาคเหนือ เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล อ่อนหวาน แสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย และมีความสนุกสนาน บางครั้งอาจบนนยายถึงบรรยากาศธรรมชาติของท้องถิ่นนั้นด้วย เพลงที่นิยมร้องเล่นกันได้แก่่ เพลงจ๊วย เพลงซอ เป็นต้น

๒.ภาคกลาง

   ๒.๑ ดนตรีพื้นบ้านภาคกลาง เป็นดนตรีที่มีการถ่ายทอดชีวิต ความเป็นอยู่และกิจกรรมของคนภาคกลาง รวมถึงกิจกรรมที่บ่งบอกถึงอุปนิสัยรักความสนุกสนานของคนภาคกลาง เครื่องดนตรีที่ใช่ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทกลาง เช่น กลองยาว กรับ ระนาด เป็นต้น

   ๒.๒ เพลงพื้นบ้านภาคกลาง ภาคกลางเป็นภาคที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของภาคกลางจึงมักเกี่ยวข้องกับการเกษตรทำให้เกิดเพลงพื้นบ้านขึ้นเมื่อเวลาทำงาน เพลงที่นิยมร้องเล่นกัน ได้แก่ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเต้นกำรำเคียว เพลงเรือ เพลงอีแซว เพลงลำตัด เพลงกล่อมเด็ก เป็นต้น 

๓.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

   ๓.๑ ดนตรีพื้นบ้านภาคตะวันออหเฉียงเหนือ มีเอกลักษณ์ตามลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ เพราะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ลักษณะทางดนตรีมีความแตกต่างกัน ลักษณะทางดนตรีแบ่งเป็น ๒ กลุ่มดังนี้ ๑.กลุ่มอีสานเหนือ กลาง และตะวันออก ๒.กลุ่มอีสานใต้

   ๓.๒ เพลงพื้นบ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเพลงที่สนุกสนานแสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ประเพณีและความเชื่อของชาวอีสาน บทเพลงพื้นบ้านที่สำคัญมีดังนี้ หมอลำ เพลงเซิ้ง และเพลงลากไม้

๔.ภาคใต้ 

   ๔.๑ ดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ ดนตรีพื้นบ้านภาคใต้จะไม่เหมือนกับภาคอื่นๆโดยมากผู้เล่นมักเป็นผู้ชาย เพราะเป็นดนตรีที่เล่นเพื่อประกอบพิธีกรรมโดยเฉพาะชาวมุสลิ ม เครื่องดนตรีที่ใช้ เช่น กลองชาตรี ฆ้องคู่ กลองรำมะนา โทน เป็นต้น

   ๔.๒ เพลงพื้นบ้านภาคใต้ เพลงพื้นบ้านภาคใต้แม้ว่าจะมีน้อยกว่าภาคอื่น แต่ก็ยังคงรักษารูปแบบการเล่นพื้นบ้านไว้ได้มากและเล่นกันตามเทศกาลต่างๆ ซึ่งบทเพลงที่นิยมนำมาขับร้อง มีดังนี้ เพลงบอก เพลงนา เพลงฮูลู เป็นต้น

   ดนตรีและเพลงพื้นบ้านของแต่ละภาคนั้นมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ ถิ่นที่อยู่อาศัย ความเชื่อ การประกอบอาชีพ การนับถืกศาสนา หรือการรับเอาวัฒนธรรมของท้องถิ่นอื่นเข้ามา เราจึงควรร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ไว้เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป