3. นาฏยศัพท์และภาษาท่า ทางนาฏศิลป์ไทย

หลักและวิธีการปฏิบัตินาฏศิลป์

     1.นาฏยศัพท์

       นาฏยศัพท์ หมายถึง ศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับท่ารำซึ่งสามารถสื่อความหมายกันได้ในวงการนาฏศิลป์ไทย ตามหลักของนาฏยศัพท์ได้กำหนดท่วงท่าการร่ายรำพื้นฐานที่สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องสวยงาม ดังนี้

      1.การจีบ คือการใช้นิ้วหัวแม่มือจรดข้อแรกของปลายนิ้วชี้ นิ้วที่เหลือทั้งสามนิ้วเหยียดตึง พร้อมกับกรัดนิ้วออกไปอย่างสวยงามในลักษณะที่คล้ายพัดการจีบทุกครั้งจะต้องหักข้อมือเข้าหาลำแขนเสมอ

      จีบคล้ำ เป็นการคว่ำลำแขนหักข้อมือลงให้ปลายนิ้วมือที่จีบชี้ลงข้างล่าง

      จีบหงาย  หงายข้อมือขึ้นหักข้อมือเข้าหาลำตัว แล้วใช้มือทำท่าจีบให้ปลายนิ้วที่จีบชี้ขึ้นข้างบน

     2. การตั้งวง แบ่งเป็นการตั้งวงบน การตั้งวงกลม และการตั้งวงล่าง

      2.1 การตั้งวงบน ยกแขนข้าอแบขึ้นทั้งใดข้างหนึ่งขึ้น แล้วงอให้ได้ส่วนโค้งข้างลำตัว ตั้งมือแบขึ้นขึ้นทั้ง 4 นิ้ว ให้ปลายนิ้วทั้ง 4 หันเข้าหาแง่ศีรษะแล้วหักมือเข้าหาผ่ามมือเล็กน้อย จากนั้นหักข้อมือเข้าหาลำแขน

     การตั้งวงของตัวพระ ลักษณะของวงบนอยู่ระดับแง่ศีรษะ

     การตั้งวงของตัวนาง ลักษณะของวงบนอยู่ระดับหางคิ้ว

      2.2 การตั้งวงกลาง นิ้วทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน ส่วนนิ้วหัวแม่มือหักเข้าหาฝ่ามือ ยกลำแขนขึ้นให้เป็นวงโค้งให้ปลายนิ้วสูงเพียงระดับไหล่ (ตัวพระและตัวนาง ตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ในระดับไหล่)

      2.3 การตั้งวงล่าง ปลายนิ้วทั้ง 4 อยู่ในระดับชายพก (หัวเข็มขัด) นิ้วหัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย พร้อมทั้งหักข้อมือเข้าหาลำแขน โดยให้ส่วนโค้งของลำแขนห่างจากลำตัวเพียงเล็กน้อย การตั้งวงล่างของตัวพระส่วนโค้งของวงจะห่างออกจากลำตัวมากกว่าตัวนาง

     3. การสลัดจีบหรือการสะบัดจีบ เป็นการจีบโดยการตั้งมือให้สูงในระดับแง่ศีรษะ หันจีบเข้าหาตัวและสะบัดปลายนิ้วที่จีบ โดยคลายจีบในลักษณะปล่อยจีบแบมือ และพลิกข้อมือเป็นตั้งวงบน อาจปฏิบัติสลับกันไปตามจังหวะเพลงหรือปฏิบัติเพียงครั้งเดียวก็ได้

     4.การจรดเท้าและสะดุดเท้า เป็นการวางเท้าข้างใดข้างหนึ่งไว้ข้างหลังยืนเต็มเม้าในลักษณะงอเข่า เท้าหน้างอเข่าให้ใช้จมูกเท้าแตะพื้นเตรียมสะดุด จากนั้นเคลื่อนเท้าหน้า เลื่อนจมูกเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับโน้มตัว ส่วนเท้าหลักยกเหนือพื้นเล็กน้อย เมื่อชะงักตัวและรีบคืนตัวกลับมาให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าหลัง ส่วนเท้าหน้าแตะพื้นย่อเข่าเล็กน้อย จากนั้นเท้าอีกข้างหนึ่งแตะลงกับพื้นด้วยจมูกเท้า โดยยกส้นเท้าขึ้นจากพื้น หันจมูกเท้าที่แตะไปข้างหน้า ให้เหลื่อมจากเท้าที่ยืนรับน้ำหนักได้เล็กน้อยและงอเข่า

     5. การถัดเท้า แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้

      5.1 ถัดเท้าอยู่กับที่ โดยการวางเท้าหลังราบไปกับพื้น แล้วเลื่อนจมูกเท้าอีกข้างหนึ่งไปข้างหน้ากับพื้นเบาๆ และวางเท้าที่ถัดราบลงไปให้น้ำหนักตัวอยู่เท้าหน้า ยกเท้าหลังเหนือพื้นเล็กน้อยแล้ววางลง เพื่อให้เท้าหน้าได้ใช้จมูกเท้าถัดได้อีก ปฏิบัติเช่นนี้สลับกัน

     5.2 ถัดเท้าเคลื่อนที่ ได้แก่ การถัดเท้าเดิมโดยใช้เท้าขวาเป็นฝ่ายถัดวิธีการเหมือนถัดเท้าอยู่กับที่ แต่วิธีนี้ใช้จมูกเท้าใช้เท้าซ้ายยกเคลื่อนที่ไปข้างๆ